Light mode Dark mode

รีวิวภาพยนตร์ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

ในเมื่อโลกมันเป็นเช่นนี้ อย่าดันทุรังทำดีกับทุกคน

ป็นหนังที่ดูแล้วแทบเป็น bipolar อารมณ์สลับไปมา เดี๋ยวก็ดีเพรส เดี๋ยวก็สะใจ เดี๋ยว high เดี๋ยวก็ซาบซึ้ง ด้วยเรื่องราวครบรสของ “ความเป็นคนคนหนึ่งในสังคม” ของทุก ๆ ตัวละครในเรื่อง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ที่ถ่ายทอดไว้ได้อย่างจริงใจ ใสบริสุทธ์ ดิบ ๆ เถื่อน ๆ ตรงไปตรงมา ไม่คดไม่งอ สัมผัสถึงความเรียลที่เริ่มตั้งแต่ซีนแรกเลย คือเปิดฉากด้วยการถ่ายป้ายบิลบอร์ดนิ่ง ๆ ตั้งเหงา ๆ อยู่กลางหุบเขา เพียงแค่ช็อตนี้ก็ปลุกความรู้สึกถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของอะไรบางอย่าง…

ดูไปเรื่อย ๆ ยิ่งรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้สื่อถึงความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีเอกลักษณ์แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ที่เคยดูมาทั้งหมด โดยเรื่องนี้ผมแทบเดาใจคนเขียนบทไม่ออกเลยว่าจะแทรกความฉิบหายรูปแบบไหนให้เกิดขึ้นในลำดับถัด ไป แต่กระนั้นหนังก็ไม่ได้ปล่อยให้เรานั่งคิดนั่งเดาได้นาน แต่ให้เรา “ละเลียด” ไปในแต่ละเหตุการณ์ห่าเหวที่ประดังเข้ามากับทุก ๆ ตัวละคร นักแสดงนำเล่นเก่งสมกับรางวัลที่ได้รับ งานกำกับภาพก็เยี่ยม ลำดับภาพดี สลับอารมณ์เรื่องได้ทันควัน เหมือนรู้งานว่าพอได้แล้ว รู้ว่าตรงนี้ต้องขยี้ไปอีก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ดูไม่เบื่อเลยสักช่วงสักตอน เพลงประกอบก็ทำมาโคตรดี

หนังใส่รายละเอียดของ “ความเป็นคน” ลงไปในแต่ละตัวละครได้ดีมากจริง ๆ ดูมีความรู้สึก ความคิด คำพูด ความกดดัน ความเจ็บปวด ความเกลียด ความโกรธ ความกลัว ความเศร้า ความหดหู่ ฯลฯ หนังสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีทีเดียว จนได้ยินคนในโรงหัวเราะหึ ๆ อย่างพร้อมเพรียงกันในฉาก “หนุ่มซีเรียล” และหลายคนจำต้องหรี่ตาเบือนหน้าหนีไปจากจอกันหลายช่วง เช่น “คลินิกหมอฟัน” ยัน “คนโดนไฟเผา” นี่แหละที่ทำให้แปลกใจ เนื่องจากไม่คิดว่าเรื่องนี้จะมีฉากหวาดเสียวแบบสยอง ๆ แล้วทำเอฟเฟคได้ตระการตามาก!

จำไว้! ห้ามตัดสินหนังทั้งเรื่องจากการดู teaser …และอย่างที่หนังกำลังสื่อสารเช่นกันว่า “อย่าเหมารวมคนทั้งคนหลังจากการที่เราได้ treat อะไรมา” — นี่คงเป็นหลักใหญ่ใจความสำคัญที่สามารถดึงออกมาได้ทัน … ก่อนที่จะดาวน์ไปกับความจริ งของสังคมและการตายจากของตำ รวจน้ำดีคนนั้นในเรื่อง

เมื่อดูเรื่อง 3 บิลบอร์ดนี้จบ ในใจก็แอบเชื่อมโยงเปรียบเทียบเข้ากับบางเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นในไทย อย่างคดี “เสือดำ-เปรมชัย” ที่กำลังถูกนำไปขึ้นจอ LED ซึ่งก็ relate กันพอสมควร ฮา

ตอนจบมีขมวดทิ้งท้ายให้ท่านผู้ชมได้ทอดถอนอารมณ์ และคลายปมสร้างบทสรุปของเรื่องนี้ต่อเอาเอง ว่า “จะยิงหรือไม่ยิง?” … ซึ่งก็คงต้องย้อนกลับไปยังโควตที่มีการพูดซ้ำ ๆ หลายหนในเรื่องว่า “คงอยู่ที่ภายในใจของเรามี ‘ความแค้น’ แค่ไหน?” กระมัง…

แต่ละคนมีบางสิ่งที่ไม่อาจบอก แต่ละคนมีมุมที่ซ่อนไว้ เพราะมนุษย์คงไม่เป็นแบบพระจันทร์ที่เราจะได้เห็นอยู่แค่ด้านเดียวตลอดไป และมนุษย์ก็ไม่ใช่เหรียญที่จะมีได้อยู่เพียง 2 ด้าน หรือขาวกับดำเท่านั้น หากแต่มนุษย์เรานั้นกลับมีเป็นร้อยแปดพันเก้าของสภาวะ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ที่ถูกผสมปนเปเป็นความเทา และมีการปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทั้งในเชิงที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นทวีคูณ ก็แล้วแต่… ในเมื่อโลกมันเป็นเช่นนี้ จึงอย่ามัวทำดีกับทุก ๆ คน … ให้ทำดีกับบางคน และทำเลวกับบางคน ทว่า ควรจะทำแบบไหน กับใคร ก็จะต้องใส่ใจในบุคคลนั้นให้มากพอ

Score: 10/10 A+

หนังดีที่แนะนำ เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกคุ้มราคาค่าตั๋วมากจริง ๆ และไม่รู้จะติอะไรเลย โดยส่วนตัวชอบหนังที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตและความคิดของคนในแถบชนบทเมกาแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งรักเลย ออกจากโรงหนังมาพร้อมทัศนคติใหม่ ๆ โคตรคูล ?

 

Pitchakorn Poompayoong

ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ปริญญาตรี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • สั่งสมประสบการณ์การด้านทรัพยากรมนุษย์, ภาพยนตร์, นิตยสาร, สื่อออนไลน์ • มีความชอบและสนใจใน Mental Health Communications, Digital Marketing และ Consumer Experience เป็นพิเศษ

ความคิดเห็นจากบุคคลอื่นๆ

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..