Light mode Dark mode

Midsommar – เทศกาลสยอง

หลักๆ ก็เป็นเรื่องราว toxic relationship ของคู่รักวัยไม้ใกล้ฝั่ง ที่ต่างคนต่างก็ ‘ดูเหมือน’ จะไม่พึงพอใจในความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่สักเท่าไหร่ เรื่องราวเกี่ยวกับแก๊งเพื่อนพากันไปเที่ยวในดินแดนลับแลในสวีเดน แต่สุดท้ายก็เจอชุมชนประหลาดๆ ที่ชวนขมวดคิ้วตลอดเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ด้านโปรดักชั่น ไม่มีที่ติ ทั้งเฟรมภาพ การเคลื่อนมุมภาพก็ทำได้แปลกๆ ดี ตามสไตล์หนังแนวนี้ แต่เนือหารวมๆ ยังไม่หลอนเท่าไหร่ ถ้าเคยดู hereditary จะรู้สึกว่าเรื่องนี้ดรอปความยังสะพรึงลงไปพอสมควร

บทเดาง่าย ดูออก คลีเช่ตามสไตล์หนังแนวนี้ที่ทิ้งให้ตัวละครค่อยๆ หายไป แล้วมาเฉลยเอาตอนหลังว่าหายไปไหน ไปทำอะไรไว้

ดีหน่อย ตรงที่ไม่ทำให้คนดูสะดุ้งตกใจตุ้งแช่ แต่ให้คนดูคิดคาดการณ์กันไปเองว่ามันจะเกิดอะไรไหม รวมถึงทำให้ “เหวอ” กับขนบธรรมเนียมประเพณีในเรื่องที่สร้างได้หลุดโลก แต่กลับแสดงได้เรียลมากๆ

ในส่วนของนางเอกก็โง๊โง่ พูดตรงๆ ทนไม่ไหว ปกติไม่เคยว่าใครโง่เลย 555 แต่หนังก็เผยให้เห็นปมของนางเอกมาแต่ต้น ว่าเป็นคนมีบุคลิกแบบต้องพึ่งพิงความสัมพันธ์ ยอมคนง่ายเพียงเพื่อให้คนอื่นสบายใจ บวกกับอาการวิตกกังวลของเธอ แถมมีญาติเป็นไบโพล่าร์ด้วย ก็คงได้รับกรรมพันธุ์ความประสาทมาอยู่บ้าง

ส่วนตัวคิดว่าเป็นหนังที่ดูง่ายนะ แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ปลดปล่อยความรู้สึกอะไร ขี้เกียจเดาว่าหนังแฝงอะไรไว้ หนังแบบนี้ยิ่งตกผลึกตีสัญญะยิ่งเครียด 555 เลยกลายเป็นว่าไม่จอย ไม่ค่อยได้ข้อคิดอะไรเท่าไหร่

แต่มีโควตนึงที่จำติดหัวออกมาได้ ตอนเพื่อนผิวดำของพระเอกพูดว่า ที่พระเอกยังยอมทนคบกับ ‘นางเอกที่เป็นโรคเครียด’ ก็เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเองในการทำธีสิส อะไรสักอย่าง ประมาณนี้

ป.ล. ก่อนเข้าโรงมีตรวจบัตรประชาชน 20+ เพราะมี sex scene ในเรื่อง แต่ก็เป็นฉากเซ็กส์ที่ฮากันทั้งโรง ตลกดีเหลือเกิน เอาเข้าไป

4/10

ไม่ประทับใจกับสิ่งที่ได้เท่าไหร่

Pitchakorn Poompayoong

ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ปริญญาตรี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • สั่งสมประสบการณ์การด้านทรัพยากรมนุษย์, ภาพยนตร์, นิตยสาร, สื่อออนไลน์ • มีความชอบและสนใจใน Mental Health Communications, Digital Marketing และ Consumer Experience เป็นพิเศษ

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..