Light mode Dark mode

Keys To The Heart – พี่หมัดหนัก กับน้องอัจฉริยะสุดป่วน

‘เป็นไปไม่ได้’ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่คือทัศนคติ

อนแรก เห็นชื่อหนังเรื่องนี้ก็ remind ไปนึกถึงหนังเก่ากึ้กเรื่องหนึ่งที่ชื่อ The Keys To The House (2004) ซึ่งเรื่องนั้นตัวเอกก็มีลูกชายก็เป็นเด็กพิเศษ แล้วยัง genre ดราม่าเหมือนกันอีก แต่สำหรับหนังเกาหลีชื่อ Keys To The Heart (2018) เรื่องนี้ ต้องบอกว่า “นี่คือหนังครอบครัวที่แท้ทรู” คอหนังแนว Life/Drama ห้ามพลาด รับรองว่าโดนจิตโดนใจได้ไม่ยากเย็น ด้วยแกนหนังที่เลือกนำเสนอเรื่องราวชีวิตของ “คนในบ้าน” จำนวนสามคนเด่น ๆ ที่มาจากปูมหลังเดียวกันนั่นคือ ครอบครัวล่มสลาย…

  • แม่ ที่เคยคิดฆ่าตัวตาย จากปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว สะท้อนค่านิยมชายเป็นใหญ่ที่รุนแรงแบบสังคมสมัยเก่าของประเทศเกาหลี
  • ลูกชายคนโต ที่เป็นนักมวยชีวิตตกอับ จนต้องมาแจกใบปลิว ใคร ๆ ก็มองว่าไม่เอาอ่าว แม้แต่แม่แท้ ๆ ก็มองว่าเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
  • ลูกชายคนเล็ก ที่เป็นออทิสติก แต่ถูกพ่วงมาด้วยอัจฉริยะด้านดนตรี (ในหนังสือโลกจิต ของแทนไท ประเสิรฐกุล จะมีนิยามเรียกว่าอัจฉริยะปัญญาอ่อน) โดยภาพยนตร์ไม่ได้มุ่งเสนอความน่าสงสารหรือเล่นประเด็นความป่วยออทิสติคมาดราม่า แต่กลับชูความ gifted ของเด็กออทิสติกออกมาได้ดีมากๆ น่ารัก น่าหัวเราะไปกับโลกใสๆ ของเด็กพิเศษ ต้องชมว่าเขาเขียนบทอย่างคนที่เข้าใจเด็กพิเศษจริงๆ

มู้ดของหนังมี “twist” พลิกผันอารมณ์ไปตาม “ความเป็นพลวัตของมนุษย์” อยู่หลายครั้ง และทำให้เราคิดว่า ‘คนคนหนึ่ง’ กว่าจะมาเป็น ‘เขา’ ตรงหน้าเรา เขาผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้างวะ อย่างน้อยก็เรื่องที่ ‘บ้าน’ ที่ก่อกำเนิดความคิด บุคลิก การกระทำ การมองโลก รวมไปถึง ‘อะไรในใจ’ ที่ลึกเกินกว่าเราจะสัมผัสได้หรือเปล่า ยิ่งถ้าเขาไม่ปริปากเล่าเลย?

หนังค่อย ๆ เล่าเรียง “ที่มาที่ไป” ของ “คนบ้านนี้” ผ่านการกระทำของตัวละครได้โคตรเรียล ดูจริงซะยิ่งกว่าจริง รู้สึกทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้จริง ๆ ในสังคม ชอบการขมวดและคลายปมความสัมพันธ์แต่ละระดับ (แม่กับลูก, พี่กับน้อง, ตนเองกับผู้อื่น) ได้ถูกจังหวะ สม่ำเสมอ ไม่รีบร้อน แบบค่อย ๆ ทีละเปลาะ ๆ

ไม่คาดคิดล่วงหน้าว่าจะเจอเซอร์ไพรส์ในเรื่องนี้คือ หลายซีนในเรื่องมีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟังเยอะเลยนะ ตั้งแต่ theme song และแม้กระทั่งเพลงใน end credit ยังเพราะจับใจ ต้องไล่ล่าตามหา OST มาฟังแบบ full ver. ต่อทันที (ณ ตอนนี้ยังหาไม่เจอ) คอเพลงคลาสสิคต้องถูกใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบฟังเปียโน มีซีนที่เล่นออเครสตร้าให้ฟังแบบเต็มอิ่ม เอาให้ eargasm กันไปเลย (พลันนึกถึงฉากดวลเปียโน ในหนังเรื่อง Secret ที่เจย์โชกำกับขึ้นมาด้วยเลยแฮะ)

ดังนั้น สามารถพูดได้ว่านี่เป็นหนังในปี 2018 เรื่องแรกที่เมื่อดูจบแล้วอยากจะซื้อตั๋วนั่งดูซ้ำต่ออีกเลย เพราะดนตรีประกอบมันยังทุ้มอยู่ในใจ ฮ่า ๆ เพลงในเรื่องนี้แม่งติดหูไวกว่apple pen อีกครับ

อีกครั้งที่ “หนังสัญชาติเกาหลี” ทำดราม่าครอบครัวออกมาให้เสพซับบรรยากาศได้ลึกซึ้งถึงพริกถึงขิงจริง ๆ  (ได้ยินคนซื้ดซ้าดน้ำมูกน้ำตาไหลกันทั้งเบาะหลังเบาะหลังเลย) อีกทั้งยังเต็มไปด้วยมุกตลกที่เข้าใจง่ายสไตล์เอเชียน ซึ่งก็มีให้ได้ขำกันเยอะพอ ๆ กับซีนอารมณ์ซึ้ง ด้วยความที่วันนั้นในโรงหนังมีชาวเกาหลีเข้ามาดูกันเยอะในรอบที่ผมไปดู ดังนั้นตอนที่หนังมันตบมุกอะไรแล้วคนเค้าหัวเราะกันมันก็เลยยิ่งเพิ่มบรรยากาศร่วมไปกับความตลกเฮฮาเข้าไปอีก

สำหรับฉากจบของหนัง ก็สุดแสนสมบูรณ์ในตัวมันเอง เป็นฉากจบที่อุดมคติดี ออกแบบให้มันไปในทิศทางเดียว ไม่มีทางฟุ้งกระจายเป็นอย่างอื่นไปได้

แม่จะทำให้ลูกได้เพียงใด… ลูกจะทำให้แม่ได้สักแค่ไหน…

แล้ว พี่ สามารถทำอะไรเพื่อ น้อง ได้เท่าไหร่กัน?

สำหรับบางคน นี่อาจเป็นคำถามที่ไม่เคยมีใครตั้งไว้ในชีวิตจริง ๆ ลองมาดูเรื่องนี้เพื่อค้นหา และลองเป็นคนเลือกตอบเอาเอง…

Score: 10/10 A+

“เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่ข้อเท็จจริง หากแต่คือทัศนคติ” ?

 

 

Pitchakorn Poompayoong

ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ปริญญาตรี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • สั่งสมประสบการณ์การด้านทรัพยากรมนุษย์, ภาพยนตร์, นิตยสาร, สื่อออนไลน์ • มีความชอบและสนใจใน Mental Health Communications, Digital Marketing และ Consumer Experience เป็นพิเศษ

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..