Light mode Dark mode

Home Stay – โฮมสเตย์

ดินออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึกเหมือนได้รับการรีเซ็ตกลับนาฬิกาทรายชีวิตใหม่ ⏳ ยังไงยังงั้น หนังยาวพอสมควร แต่ไม่น่าเบื่อเลย เพราะใช้ลูกเล่น “ผู้คุม” มาพลิกมุมมองของคนดูต่อตัวละคร เหมือนจะให้ช่วยค้นหาว่า “ใครฆ่า?” แล้วก็ twist ไปมาซะอึ้งหลายตลบ

แกนเรื่องชัดมาแต่ต้น “ชีวิตใครชีวิตมัน ไม่เป็นไม่รู้” หากได้สิงดูก็จะได้รู้กันว่าคนนั้นต้องเจอกับอะไรที่เป็นปูมหลัง เนื้อเรื่องแอบทำให้คิดถึงชื่อหนังสือ “การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา” ขึ้นมาเบา ๆ นักแสดงเล่นดีมาก ๆ ทุกคน ตัวหลัก ตัวรอง โปรดักชั่นดีงามจริง ๆ วางเฟรมสวยทุกช็อต ตัดต่อคอนทินิวมาก ถึงกับใจหายตามไปด้วยที่พระเอกจะเหลือเวลาชีวิตน้อยลงทุกที ทำไมมันไวแบบนี้

Memo:

  • ซีนกระโดดตึก ซีจีอย่างเนียน
  • จังหวะต่อยอาจารย์แม่งสะใจฉิบหาย—ขอบคุณที่มีช็อตนี้
  • ซีนอธิษฐานลอยกระทง grading สีโทนภาพได้สุดยอด
  • เพลงประกอบก็ทำได้เสริมอารมณ์ดี

Quotes:

  • “วันนั้น ผมยืนอยู่บนสะพานนานมาก คิดอยู่นานว่าจะมีอะไรมารั้งไว้บ้างไหม แต่ไม่มีเลยสักอย่าง”
  • “ขนาดในจดหมายลาตาย ยังไม่พูดถึงเธอเลย” — (ฟังแล้วจุกเลย บางครั้งคนเราเผลอมองข้ามความรักดี ๆ ที่มีรออยู่ตั้งนานแล้ว ไปจำแต่ลบๆ)
  • “ถามว่าอายไหม? ก็คิดซะว่าอยู่โฮมสเตย์”

7/10

ควรค่าแก่การดูนะ โดยเฉพาะใครที่รู้สึกซึมๆ เศร้าๆ ต้องดูให้ได้เลยหละ มีแนวคิดสำคัญที่จะให้ความหมายของการมีชีวิตต่อไปแน่นอน แต่ในฐานะคอหนังดราม่า ให้ 7/10 พอ

Pitchakorn Poompayoong

ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ปริญญาตรี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • สั่งสมประสบการณ์การด้านทรัพยากรมนุษย์, ภาพยนตร์, นิตยสาร, สื่อออนไลน์ • มีความชอบและสนใจใน Mental Health Communications, Digital Marketing และ Consumer Experience เป็นพิเศษ

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..