Light mode Dark mode

Beautiful Boy – แด่ลูกชายสุดที่รัก

นังว่าด้วยเรื่องราวของเด็กที่ติดสารเสพติด จากรากฐานครอบครัวที่ไม่สู้ดีนัก ด้านแม่ดูยุ่ง ๆ กับงาน ส่วนทางพ่อที่เป็นผู้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกก็มีผู้หญิงใหม่ โดยภาพยนตร์นี้ based on หนังสือที่พ่อและลูกเขียนขึ้นจริง กระนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าเบื่อในแง่การเล่าเรื่องแบบหนัง

editor สอบตกในการใช้เพลงประกอบ เลือกมาใช้ไม่เข้ากับซีนเท่าไหร่ อาจเพราะไม่ใช่การ compose score ขึ้นใหม่ เขาใช้เพลง post-rock อย่างของ sigur ros ลากยาวกลืน mood ของจังหวะภาพไปดื้อๆ ดูฝืนๆ เหมือนวางเพลงปูไว้ก่อนแล้วค่อยหาฟุตเตจมาลง แต่ก็ไม่ลงตัว

ถ้าคิดจะดูเอาความซาบซึ้งตรึงใจในความสัมพันธ์ของครอบครัว ไม่แนะนำ เพราะแก่นของเรื่องไม่มีอะไรเลย ใจความง่าย ๆ คือเผยพฤติกรรมของเด็กติดยากับพ่อที่ไม่เอาไหน แม้แต่ฉากทะเลาะถกเถียงกันแรง ๆ ก็ยังดูซอฟต์ ๆ ไม่ได้รู้สึกถึงมิติของตัวละครใด ๆ นักแสดงเล่นแข็งๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเพราะผู้กำกับอยากให้คนดูรู้สึกกระอักกระอ่วนในความสัมพันธ์ที่เฉยชาแบบนี้หรือเปล่า ประกอบกับการตัดต่อที่วกไปวนมาอย่างไร้แพทเทิร์น ดูเหมือนจะมีอะไร แต่จริงๆ ก็ไม่มีอะไร หนังจบแล้วก็ยังไม่รู้ว่า climax อยู่ตรงไหน ฮ่าๆ

แง่คิด:

  • เมื่อถึงวัยหนึ่ง พ่อแม่จะไม่สามารถไกด์ชีวิตให้ลูกเดินไปแบบไหน เพราะสุดท้ายเจ้าของชีวิตเขาจะรักษาสิทธิ์ในการเลือกเอง ทำได้เพียงบอกผ่านมุมมองของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วว่า จงเตรียมรับกับผลของการตัดสินใจนั้นแต่เพียงผู้เดียว
  • หมอบำบัดถามว่า “ปัญหาของคุณคืออะไร?” วัยรุ่นในเรื่องตอบ “ติดเหล้า ติดยาครับ” หมอพูดว่า “ไม่ใช่… ติดเหล้าติดยาคือปลายเหตุ แต่ ‘ปัญหาจริงๆ’ แล้วคืออะไรกันแน่ ไปแก้ตรงนั้นสิ”
  • การหาว่าใครเป็นฝ่ายผิด นำไปสู่ toxic relationship
  • เราไม่ควรปลอบเด็กว่ายังมีพ่อแม่ที่ยังรัก … ทั้งที่เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรในตัวเขามาก่อนเลย การหาคำพูดปลอบใจคนเป็นเรื่อง sensitive ที่ต้องคิดให้ดี เพราะ family อาจไม่ใช่ safe place สำหรับทุกคน
  • ครอบครัวจะยังจำเรา “คนเดิม” ต่อให้ชีวิตเราจะเขวไปเป็นใครก็ตาม และถ้าหากวันนึงเกิดลืมไปว่า “จริงๆแล้ว เราเป็นคนยังไง” ก็ลองถามพี่น้องที่โตมาด้วยกันดูนะ แล้วจะค้นพบตนเอง

1/10

ในบรรดาหนังความสัมพันธ์ครอบครัวล่มสลาย มีเรื่องที่ intense กว่านี้มาก ส่วนเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกที่ให้คะแนนต่ำขนาดนี้ แต่ก็ยังพอมีข้อคิดอยู่บ้างตามที่ลิสต์ไว้ข้างบน

Pitchakorn Poompayoong

ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ปริญญาตรี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • สั่งสมประสบการณ์การด้านทรัพยากรมนุษย์, ภาพยนตร์, นิตยสาร, สื่อออนไลน์ • มีความชอบและสนใจใน Mental Health Communications, Digital Marketing และ Consumer Experience เป็นพิเศษ

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..