Light mode Dark mode

Arctic – อย่าตาย

อีกครั้งที่พิสูจน์ว่า หนังดี ๆ ไม่จำเป็นต้องมีไดอะล็อกสวยๆ เน้นการกระทำล้วนๆ ก็สื่อความหมายได้ลึกซึ้ง นี่ไม่ใช่หนังเครื่องบินตกพล็อตเกร่อๆ แต่คือผลงานการเล่นกับจิตใจของคนดูได้ดีเยี่ยม เหมาะแก่คนเหงาๆ มาดูเติมความ intense ให้ชีวิตหน่วงๆ เข้าไปได้อีก ที่เซอร์ไพรส์คือ มีคนไทยเป็นองค์ประกอบนึงในเรื่องด้วยนะ

ส่วนตัวขอตั้งฉายาให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สไตล์ Getsunova ว่า “ความว่างเปล่าที่ท่วมท้น”
ส่วนตัวเคยดูหนังเรื่อง ALIVE (1993) ที่เป็น true event เครื่องบินตกแล้วคนที่รอดต้องกินเนื้อคนตายประทังชีวิต ซึ่งเรื่องอันนั้นจะคนละฟีลกับเรื่อง ARCTIC นี้

สำหรับเรื่องนี้มีมิติการเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นไปจบแหวกแนวกว่าเรื่องอื่นๆ ชัดเจน ดูจะไม่ได้เน้น survival / near dead จ๋าเท่าเรื่องอื่นๆ แต่กลับมอบประสบการณ์ insight ต่อชีวิตให้แก่คนดู เมื่ออยู่คนเดียว … ความคิด ความรู้สึกบางอย่างมันเชื่อมถึงชีวิตประจำวันเราได้ไม่ยาก ยิ่งถ้าเคยไปเหยียบหิมะมาแล้วก็ช่วยให้อิน หรือ get ฟีล มากขึ้นว่ามันทรมานอย่างไรในสภาพภูมิอากาศนั้น

นานเท่าไหร่ที่พระเอกใช้ชีวิตลำพังอยู่ในโลกของความหวังของตนเองมาตลอด กระทั่งเจอมนุษย์อีกคน โดยเมื่อเรามีใครสักคนให้นึกถึงแล้ว ย่อมเกิดความอบอุ่นใจ มันเกิดพลังฮึดสู้ที่จะพาเราไปอยู่ในที่ที่ดีกว่า

กระนั้น selfish gene ในตัวมนุษย์เราอาจปะทุขึ้นมาในบางครั้งเพียงชั่ววูบหนึ่ง ซึ่งมันอาจพาเราลงเหว นั่นเป็นผลลัพธ์ตอบแทนกับการกระทำนั้น

ดูจบแล้วถึงจะเข้าใจว่าเพราะเหตุใดชื่อหนังภาษาไทย ถูกตั้งเอาไว้อย่างทื่อๆ ว่า ‘อย่าตาย’
ถือเป็นหนังเรียบๆ แต่ ให้ความรู้สึกอันมันท่วมท้น ทิ้งไว้ในใจ deep มากๆ เป็นไม่กี่เรื่องที่ดูแล้วได้ฟีล intense แบบจัดเต็มตลอดเรื่อง แบบที่ไม่เคยได้จากเรื่องไหนๆ เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี มีสัญญะ ของการถูกละเลย ความเดียวดาย ความหวัง การตัดสินใจ—ทั้งที่ถูกและที่ผิด ชีวิตมันก็แบบนี้ เส้นทางจะพาเราไปเจออะไรบ้างก็ถือว่าเราได้เรียนรู้ เพื่อจะทำต่อหรือไม่ทำมันอีก จิตวิทยาสังคมอย่างเรื่อง altruism ใส่มาเต็มๆ

เนื่องจากว่า หนัง แทบจะไม่มีบทพูดเลย (แค่คำว่า “Hello” ก็มีความหมายจนขนลุกแล้ว) จึงต้องขอปรบมือให้คนทำเพลง soundtrack / ambient ประกอบ สร้างบรรยากาศได้ intense ทุกฉากทุกตอนเลย

ซีนสุดท้ายยอดเยี่ยม ทำเอานิ่งตะลึงงันอยู่นานท่ามกลางเครดิตที่ขึ้น คนกำกับเก่งมากๆ ที่ดึงไคลแม็กซ์มาพีคแล้วจบได้เฉือนแบบนี้ เป็นใจความสุดท้ายที่สวยงามมาก

10/10

หนังเรื่องนี้ดูแล้ว faith in humanity restored 100%

Pitchakorn Poompayoong

ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • ปริญญาตรี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ • สั่งสมประสบการณ์การด้านทรัพยากรมนุษย์, ภาพยนตร์, นิตยสาร, สื่อออนไลน์ • มีความชอบและสนใจใน Mental Health Communications, Digital Marketing และ Consumer Experience เป็นพิเศษ

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..